เลขที่บัตรประชาชน :
รหัสผ่าน :
  • ปรับขนาด
    ตัวอักษร
จังหวัดสระบุรี
เมืองคนดี มีน้ำใจ ใช้วิถีพอเพียง
 
ประเพณี
งานตักบาตรดอกเข้าพรรษา
8 ธันวาคม 2560

ประเพณีตักบาตรดอกเข้าพรรษา

     เป็นประเพณีที่สำคัญที่อยู่คู่กับวัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหารมาช้านานพี่น้องประชาชนชาวอำเภอพระพุทธบาทและพื้นที่ใกล้เคียง จะถือเอาวันเข้าพรรษาของทุกปี (ตรงกับวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๘) เป็นวันตักบาตรดอกเข้าพรรษามาโดยตลอด เพื่ออนุรักษ์และส่งเสริมขนบธรรมเนียมประเพณีของท้องถิ่น กระทั่งมาเป็นประเพณีของจังหวัดสระบุรี และปัจจุบันเป็นประเพณีระดับประเทศ ได้ชื่อว่า “เป็นประเพณีหนึ่งเดียวในโลก” โดยเดิมจัดงานเพียง ๑ วัน แต่เนื่องจากพุทธศาสนิกชนมาร่วมทำบุญตักบาตรเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ทางจังหวัดสระบุรีจึงได้เพิ่มจำนวน
วันตักบาตร จาก ๑ วัน เป็น ๓ วัน มีพิธีตักบาตรดอกเข้าพรรษาวันละ ๒ รอบคือ รอบเช้า เวลา ๐๙.๐๐ น. และรอบบ่าย เวลา ๑๕.๐๐ น. เทศบาลเมืองพระพุทธบาทได้จัดงานประเพณีตักบาตรดอกเข้าพรรษา และถวายเทียนพระราชทานเป็นประจำทุกปี ณ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร โดยในปี ๒๕๖๐ จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ ๗ - ๙ กรกฎาคม ๒๕๖๐ จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ มาร่วมงานประเพณีตักบาตรดอกเข้าพรรษาประจำปี ๒๕๖๐ ซึ่งนอกจากท่านจะได้บุญกุศลอันยิ่งใหญ่กับการถวายดอกเข้าพรรษาแด่พระภิกษุสงฆ์ที่เดินรับบิณฑบาตจากพุทธศาสนิกชนแล้ว พระภิกษุสงฆ์จะนำดอกเข้าพรรษาไปสักการะรอยพระพุทธบาท อันจะส่งผลบุญกุศลให้ผู้ทำบุญตักบาตรได้ขึ้นสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

ประวัติงานตักบาตรดอกเข้าพรรษา

     ความเป็นมาของการตักบาตรดอกเข้าพรรษานั้น มีแจ้งในพุทธตำนานว่า นายมาลาการ เป็นผู้ทำหน้าที่นำดอกมะลิสดไปถวายพระเจ้าพิมพิสาร พระราชาแห่งเมืองราชคฤห์ เป็นประจำทุกวัน มาวันหนึ่งขณะที่นายมาลาการออกไปเก็บดอกมะลิอยู่ในสวน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์ กำลังเสด็จออกบิณฑบาตผ่านมา นายมาลาการเห็นดังนั้นจึงเกิดความเลื่อมใสศรัทธาต่อพระพุทธองค์จึงนำดอกมะลิ ๘ กำมือ ไปถวายพระพุทธองค์

     พระเจ้าพิมพิสารราชา ทรงทราบข่าวว่า พระศาสดาเสด็จออกบิณฑบาตมาถึงใกล้ๆ พระราชวังจนนายมาลาการได้พบ และถวายดอกมะลิบูชา พระราชาจึงเสด็จพระราชดำเนินไปถวายบังคมต่อพระศาสดา แล้วตามเสด็จพระศาสดาไปด้วยความเลื่อมใสศรัทธา พระเจ้าพิมพิสารเลยบำเหน็จรางวัลความดีความชอบ และพระราชทานสิ่งของทั้งปวงให้กับนายมาลาการ นับแต่นั้นมานายมาลาการก็อยู่อย่างร่มเย็น ปราศจากทุกข์ใดๆ ทั้งปวง ด้วยอานิสงส์ของการนำดอกมะลิบูชา แด่พระองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแทนการตักบาตร จากอานิสงส์ดังกล่าวแต่ครั้งพุทธกาล ชาวพุทธทั่วไปจึงถือเป็นประเพณี “ตักบาตรดอกเข้าพรรษา” เป็นประจำทุกปีตลอดจนกระทั่งถึงปัจจุบัน

ประวัติดอกเข้าพรรษา

     วันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ ของทุกปี เป็นวันเข้าพรรษา ชาวอำเภอพุทธบาทจะนำดอกไม้ชนิดหนึ่งใช้ตักบาตรจนกระทั่งเกิดเป็นประเพณีท้องถิ่น ดอกไม้ที่นำมาใช้ตักบาตรในประเพณีนี้ เรียกกันว่า “ดอกเข้าพรรษา” หรือ “ดอกหงส์เหิน” เพราะลักษณะของดอกและเกสรประดุจดังตัวหงส์ที่กำลังเหินบินด้วยท่วงท่าลีลาอันสง่างามนั่นเอง

     หงส์เหิน (Globba Winiti) เป็นพืชจัดอยู่ในวงศ์ขิง เป็นไม้ดอกเมืองร้อน เกิดขึ้นในป่าร้อนชื้นซึ่งพบได้ในประเทศไทย พม่า และเวียดนาม ต้นหงส์เหิน หรือต้นเข้าพรรษาเป็นไม้ล้มลุก มีสีเหลืองสดใส มีกลีบประดับขนาดใหญ่ตามช่อโดยรอบ จากโคนถึงปลาย สีของกลีบประดับมีหลายสี เช่น สีเหลือง สีขาว และสีม่วง ซึ่งแต่ละสีมีความเชื่อดังต่อไปนี้

     ♦ สีขาว หมายถึง ความบริสุทธิ์แห่งพระพุทธศาสนา

     ♦ สีเหลือง หมายถึง สีแห่งพระสงฆ์

     ♦ สีม่วง หมายถึง เป็นสีที่หายากที่สุด และชาวอำเภอพระพุทธบาทเชื่อว่าการใส่บาตรด้วยดอกสีม่วงได้บุญกุศลแรงที่สุด

     เมื่อพระสงฆ์ได้รับบิณฑบาตแล้ว ก็จะนำไปสักการะรอยพระพุทธบาท อันจะส่งผลบุญให้ผู้ทำบุญตักบาตรได้ขึ้นสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ดอกเข้าพรรษา หรือดอกหงส์เหิน ๑ ปี จะออกดอกเพียงครั้งเดียว เฉพาะช่วงเทศกาลเข้าพรรษาเท่านั้นในท้องที่อำเภอพระพุทธบาท พบว่ามี ๒ สกุล ได้แก่ สกุลกระเจียว มีดอกสีขาว หรือขาวอมชมพู และสกุลหงส์เหิน เมื่อถึงวันเข้าพรรษา วันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ ของทุกปี  ชาวอำเภอพระพุทธบาท จะพากันไปเก็บดอกเข้าพรรษาตามไหล่เขาโพธิลังกา หรือเขาสุวรรณบรรพต เทือกเขาวงและเขาพุ ในเขตอำเภอพระพุทธบาท นำมาจัดรวมกับธูปเทียน เพื่อตักบาตรถวายพระ

     จังหวัดสระบุรีนี้ได้จัดพิธีตักบาตรดอกเข้าพรรษา ณ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร พระอารามหลวง ตไบลขุนโขลน อำเภอพระพุทะบาท จังหวัดสระบุรี เป็นสถานที่ประดิษฐาน “รอยพระพุทธบาท” อันศักดิ์สิทธิ์ ที่พุทธศาสนิกชนให้ความเคารพบูชา มีความเชื่อในคติชาวลังกาว่า พระพุทธเจ้าได้ประทับรอยพระพุทธบาทไว้ ๕ แห่ง และรอยพระพุทธบาทที่วัดพระพุทธบาทแห่งนี้ เป็น ๑ ใน ๕ แห่ง รอยพระพุทธบาทถูกค้นพบในสมัยพระเจ้าทรงธรรม