• ปรับขนาด
    ตัวอักษร
เลขที่บัตรประชาชน :
รหัสผ่าน :
บริการประชาชน
น้องใจบุญ
00.17
น้องใจบุญ
สวัสดีจร้าาา...วันนี้มีอะไรให้น้องช่วยครับ ถามน้องใจบุญมาได้เลย จะรีบไปหาคำตอบให้ครับ
00.17
จังหวัดสระบุรี
เมืองคนดี มีน้ำใจ ใช้วิถีพอเพียง
 
ข่าวจาก Facebook
(6 เม.ย. 62) จังหวัดสระบุรีจัดพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์และอัญเชิญน้ำศักดิ์สิทธิ์สู่พระมณฑปพระพุทธบาท
9 เมษายน 2562

จังหวัดสระบุรีจัดพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์และอัญเชิญน้ำศักดิ์สิทธิ์สู่พระมณฑปพระพุทธบาท

วันนี้(6 เม.ย. 62) เวลา 10.00 น. นายปวิณ ชำนิประศาสน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย และนายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี เป็นประธานพิธีพลีกรรมตักน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ จังหวัดสระบุรีเพื่อประกอบพิธีทำน้ำมุรธาภิเษกและน้ำอภิเษก เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยประกอบพิธีถวายเครื่องราชสักการะหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร จากนั้นประกอบพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์

เวลา 11.52 น. รองปลัดกระทรวงมหาดไทย และผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ได้ทำพิธีตักน้ำจากแม่น้ำป่าสัก บ้านท่าราบ ต.ต้นตาล อ. เสาไห้ จ.สระบุรี จากนั้นได้เชิญน้ำอภิเษก น้ำมุรธาภิเษก ยังราชรถบุษบก จัดขบวนแห่อย่างสวยงาม ขบวนกังสดาล ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ขบวนกลองประโคม ขบวนช่างฟ้อนนางรำ ขบวนนางยวนชักลากราชรถ จำนวน 266 คน ขบวนราชรถ ปิดท้ายด้วยขบวนตุง ไปยังวัดต้นตาล และเชิญขึ้นรถไปยังวัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร จังหวัดสระบุรี เพื่อเตรียมจัดทำพิธีมหาพุทธาภิเษกเจริญพระพุทธมนต์เสกน้ำอภิเษกในวันที่ 8 และ 9 เมษายน นี้

เรื่องราวของท่าน้ำศักดิ์สิทธิ์นั้นมีมาแต่อดีตตั้งแต่เมื่อครั้งต้นราชวงศ์จักรีความว่าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จหัวเมืองปริมณฑลจังหวัดสระบุรี พระองค์ทรงเรือพระที่นั่งมาติดสันดอนกลางหาดแม่น้ำป่าสัก ณ บ้านท่าหินลาดตำบลท่าราบ อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี ครั้นเมื่อการเป็นเช่นนั้นจึงได้เกณฑ์ไพร่พล บริเวณริมข้างลำน้ำเพื่อที่จะชักลากเรือให้พ้นเขตสันดอน เรือได้ชักลากโดยกรมวังเกณฑ์หญิงสาวชาวพายัพ หรือในปัจจุบันคือกลุ่มชาวไทยยวนได้ชักลากเรือจำนวน 217 นางเพื่อให้พ้นสันดอนจนมาถึงบ้านท่าราบหมู่ 6 ตำบลท่าราบ อำเภอเสาไห้ ระยะทาง 1 กิโลเมตรเศษ พระองค์ทรงให้หยุดพักและทรงเสด็จพระราชดำเนินยังหาดทรายสีขาวแล้วเสด็จพระราชดำเนินเลียบหาดทรายและสรงน้ำจนเป็นที่พอพระราชหฤทัยจึงได้พระราชทานเงินรางวัลแด่ผู้ที่ชักลากเรือในคราวนั้นเป็นเหตุให้ท่าน้ำศักดิ์สิทธิ์สระบุรีได้เป็นท่าน้ำศักดิ์สิทธิ์ของเบญจสุทธิคงคาเพื่อที่จะนำน้ำเข้าพิธีบรมราชาภิเษกในลำดับรัชกาลถัดไป โดยน้ำท่าน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ได้เป็นน้ำมหามุรธาภิเษกคือคือน้ำรดพระเศียรพระเจ้าแผ่นดินซึ่งมีเพียง 9 แหล่งน้ำคือ 4 สระน้ำจากจังหวัดสุพรรณบุรี น้ำศักดิ์สิทธิ์จากแม่น้ำเจ้าพระยา น้ำศักดิ์สิทธิ์จากแม่น้ำบางปะกง น้ำศักดิ์สิทธิ์จากแม่น้ำเพชรบุรี น้ำศักดิ์สิทธิ์จากแม่น้ำราชบุรี และน้ำศักดิ์สิทธิ์จากแม่น้ำป่าสัก ณ บ้านท่าราบตำบลต้นตาล อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี ซึ่งเป็นที่น่าภาคภูมิใจของพสกนิกรชาวจังหวัดสระบุรี

ที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระบุรี